กองบัญชาการตำรวจสันติบาล จัดงานวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 86 ปี ซึ่งตรงกับวันที่ 17 พ.ย. ของทุกปี

ประวัติความเป็นมา
ก่อนที่กองตำรวจสันติบาลจะได้กำเนิดขึ้นในกรมตำรวจนั้นได้มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวประกาศเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2473 ว่า “โดยมีพระราชประสงค์จะให้ราชการในกรมตำรวจภูธรดำเนินเจริญยิ่งขึ้น เป็นการสมควรที่จะจัดให้มีเจ้าหน้าที่ซึ่งรอบรู้ในวิชาบางอย่างเป็นพิเศษขึ้นไว้ เพื่อประโยชน์แก่การสืบสวนและปราบปรามผู้กระทำความผิด” จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง “กรมตำรวจภูบาล” ขึ้นในกรมตำรวจภูธร โดยมีเจ้ากรมเป็นหัวหน้ารับผิดชอบและมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจภูธรในการปฏิบัติราชการด้วย และให้เจ้าหน้าที่ในกรมตำรวจภูบาลนี้มีอำนาจตามกฎหมายเสมือนกัน และให้เจ้ากรมมีอำนาจออกกฎหมายค้นบ้านเรือน หมายเรียกได้ตามกฎหมายทั้งในและนอกเขตกรุงเทพมหานคร

ต่อมาวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2475 ได้มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยสภาผู้แทนราษฎรถวายคำปรึกษาว่า สมควรจัดวางโครงการกรมตำรวจขึ้นใหม่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อ “กรมตำรวจภูธร” เป็น “กรมตำรวจ” โดยแบ่งกิจการออกเป็น 4 ส่วน คือ
• ส่วนที่ 1 กองบังคับการ
• ส่วนที่ 2 ตำรวจนครบาล
• ส่วนที่ 3 ตำรวจภูธร
• ส่วนที่ 4 ตำรวจสันติบาล มีหน้าที่เป็นกำลังช่วยเหลือ ตำรวจนครบาลและตำรวจภูธร
จึงถือได้ว่า กองตำรวจสันติบาล ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2475 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน “กองบัญชาการตำรวจสันติบาล” จัดเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีความสำคัญด้วยบทบาทและภารกิจหลักในการถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ อีกทั้งมีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการข่าวกรองบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนการรักษาความปลอดภัยของบุคคลสำคัญและสถานที่ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศเป็นภารกิจที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ต้องตระหนักและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ จะเกิดความผิดพลาดไม่ได้

เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากองบัญชาการตำรวจสันติบาล ครบรอบ 86 ปี ในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2561 โดยเมื่อเวลา 07.19 น. พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล นำคณะข้าราชการตำรวจในสังกัด สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถวายเครื่องราชสักการะหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และในเวลา 09.00 น. มีพิธีสงฆ์ ณ ห้องประชุม 1 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล

“กองบัญชาการตำรวจสันติบาล” ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.สราวุฒิฯ ได้วางกรอบการบริหารราชการและขับเคลื่อนองค์กรให้ สอดรับกับแนวทางนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมาย ตามวิสัยทัศน์ “เป็นเลิศด้านข่าวกรอง ปกป้องสถาบัน” ตลอดระยะเวลาในการรับราชการของ พล.ต.ท.สราวุฒิฯที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล 31 ปี ตั้งแต่ยศ ร.ต.ต. จนถึง พล.ต.ท. ได้ปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการอย่างเต็มกำลังความสามารถ เป็นผู้นำหน่วยได้นำความรู้ประสบการณ์ที่ได้รับมาพัฒนา และถ่ายทอดให้กับหน่วยอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะในด้านการพัฒนากำลังพลจัดให้เข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มความรู้จากมิตรประเทศทั่วโลก เพื่อให้ตำรวจสันติบาลมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ ในความรับผิดชอบของตนเพื่อดำรงไว้ ซึ่งความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้สมกับการเป็น “สันติบาลมืออาชีพ” ให้เป็นที่ยอมรับของประชาคมข่าวและเป็นที่ไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง

ในการนำองค์กร สู่ปีที่ 87 ได้วางนโยบายในการบริหารและขับเคลื่อนองค์กร เพื่อให้ทุกหน่วยในสังกัดมุ่งเน้นจุดหมายในการพัฒนาบุคลากร และกระบวนงานการข่าวให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อันประกอบด้วย
บก.ส.1 มีหน้าที่และความรับผิดชอบงานการข่าวการต่อต้านข่าวกรอง งานปฏิบัติการด้านข่าวสารงานกรรมวิธีข่าวกรอง
บก.ส.2 รับผิดชอบงานข่าวกรองต่างประเทศ ต่อต้านก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ
บก.ส.3 รับผิดชอบงานการถวายความปลอดภัยองค์พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญของประเทศ ซึ่งมีชุดปฏิบัติการพิเศษเสือดำ “Black Tiger” ที่ผ่านการฝึกทักษะทั้งด้านการใช้อาวุธ การต่อสู้ป้องกันตัวเพื่อปฏิบัติหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญ
บก.ส.4 รับผิดชอบงานด้านการวิเคราะห์ข่าว
ศพข. รับผิดชอบการจัดฝึกอบรม เพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรด้านการข่าว ฝึกอบรมการอารักขาและรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญและสถานที่

โดยมีการกำหนดภารกิจตามลำดับสำคัญไว้ดังนี้
1. การถวายความปลอดภัย ปกป้อง และพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้ถือว่าเป็น ภารกิจสำคัญสูงสุดให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ โดยใช้กรรมวิธีข่าวกรองให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
2. การร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ตำรวจสันติบาล
ทุกนายได้ร่วมแรงใจเข้าทำกิจกรรมจิตอาสาด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดี
3. งานอารักขาและรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญของประเทศ เสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะด้านสถาบัน ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม อาชญากรรม การก่อการร้าย รวมถึงยาเสพติด และแสวงหาความร่วมมือในการบูรณาการและประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานด้านการข่าวและความมั่นคงทั้งภายในและภายนอกประเทศ

ข้อมูล... ทีมโฆษก บช.ส.